การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ (1) ศึกษาสภาพและปัญหาของการจัดการโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังริมฝั่งแม่น้ำโขง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลในการจัดการโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังริมฝั่งแม่น้ำโขง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (3) เพื่อสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายการจัดการโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังริมฝั่งแม่น้ำโขง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นการวิจัยผสมผสาน โดยการวิจัยเชิงปริมาณมีประชากร คือ บุคลากรภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดการโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังริมฝั่งแม่น้ำโขง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จำนวน 175 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างจากสูตรของยามาเน่ จำนวน 122 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเก็บรวบรวม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ มีกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 12 คน ใช้แบบบันทึกการสนทนากลุ่มในการเก็บรวบรวมข้อมูล และทำการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพของการจัดการโครงการก่อสร้างในภาพรวมจัดอยู่ในระดับมาก และการจัดการรายด้านก็จัดอยู่ในระดับมากทุกด้าน เรียงลำดับคะแนนเฉลี่ยจากมากไปน้อย ได้แก่ บุคลากร วิธีการจัดการ วัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักร และงบประมาณ ตามลำดับ ส่วนปัญหาของการจัดการโครงการในภาพรวมจัดอยู่ในระดับปานกลาง และปัญหาของการจัดการรายด้านก็จัดอยู่ในระดับปานกลางทุกด้าน เรียงลำดับคะแนนเฉลี่ยจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านวิธีการจัดการ ด้านวัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักร ด้านบุคลากร และด้านงบประมาณ ตามลำดับ
2. ปัจจัยที่มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุดมี 3 ปัจจัย ได้แก่ นโยบายที่เข้มแข็ง การจัดการเชิงกลยุทธ์ และการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ในขณะที่ปัจจัยเรื่องการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ปัจจัยที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อประสิทธิผลในการจัดการโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังริมฝั่งแม่น้ำโขงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ได้แก่ การจัดการเชิงกลยุทธ์ และมีอีก 3 ปัจจัยที่มีอิทธิพลทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อประสิทธิผลในการจัดการโครงการผ่านการจัดการเชิงกลยุทธ์ คือ นโยบายที่เข้มแข็ง การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม และ การดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาล
3. ข้อเสนอเชิงนโยบายการจัดการโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังริมฝั่งแม่น้ำโขง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประกอบด้วย (1) ข้อเสนอด้านการจัดการบุคลากร เช่น ควรจัดหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถให้มีจำนวนเพียงพอต่อการดำเนินโครงการ ควรเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงาน เป็นต้น (2) ข้อเสนอด้านการจัดการงบประมาณ เช่น ผู้ประกอบการต้องมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอต่อการดำเนินงานจ่ายค่าวัสดุแรงงานและค่าจ้างแรงงานตรงตามกำหนด เป็นต้น (3) ข้อเสนอด้านการจัดการวัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักร เช่น ควรควบคุมกำกับให้ผู้รับเหมาใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงและเพียงพอต่อการดำเนินโครงการ ควรตรวจสอบให้ผู้รับเหมาใช้วัสดุก่อสร้างที่มีมีมาตรฐานและปริมาณเพียงพอตามข้อกำหนด เป็นต้น และ (4) ข้อเสนอเชิงนโยบายด้านวิธีการจัดการโครงการ เช่น ควรปรับปรุงแก้ไข จุดอ่อน และปัญหาคงค้าง ควรปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ ควรมีเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานใช้ในโครงการ ควรสร้างกลยุทธ์ในการดำเนินงานให้สำเร็จตามแผนงานที่กำหนด เป็นต้น