การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์และวิธีการศึกษา 3 ระยะ ได้แก่ (1) เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาการจัดการอุทยานแห่งชาตินากาย-น้ำเทิน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กลุ่มเป้าหมายคือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอุทยานแห่งชาตินากาย-น้ำเทินจำนวน 35 คน ใช้แบบบันทึกการสนทนากลุ่มในการเก็บรวบรวมข้อมูล และทำการวิเคราะห์เนื้อหา (2) เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การจัดการอุทยานแห่งชาตินากาย-น้ำเทิน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีกลุ่มเป้าหมายในการศึกษาประกอบด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอุทยานแห่งชาตินากาย-น้ำเทินจำนวน 49 คน และผู้ทำการประเมินยุทธศาสตร์คือผู้ที่มีบทบาทหน้าที่ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ นากาย-น้ำเทิน จำนวน 10 คน ใช้แบบบันทึกการประชุมเชิงปฏิบัติการในการเก็บรวบรวมข้อมูลและทำการวิเคราะห์เนื้อหา และใช้แบบประเมินความความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความเป็นประโยชน์ และความถูกต้องของยุทธศาสตร์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แล้วทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย และ (3) เพื่อนำยุทธศาสตร์การจัดการอุทยานแห่งชาตินากาย-น้ำเทินที่เร่งด่วนไปปฏิบัติและประเมินผล ศึกษาจากประชากรคือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการเร่งด่วนที่นำไปทดลองปฏิบัติ จำนวน 90 คน ใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลค่าเฉลี่ย วิเคราะห์ข้อมูลจากค่าเฉลี่ย
ผลการวิจัยพบว่า
1. สภาพและปัญหาการจัดการอุทยานแห่งชาตินากาย-น้ำเทิน มีโครงสร้างการบริหารที่ชัดเจน กำหนดบทบาทหน้าที่ของบุคลากรไว้ชัดเจน แต่มีปัญหาขาดแคลนบุคลากรและการพัฒนาบุคลากรไม่ต่อเนื่อง มีการจัดทำแผนการบริหารแผนการเงิน แต่มีงบประมาณไม่เพียงพอและการจัดสรรไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ด้านวัสดุอุปกรณ์ มีวัสดุอุปกรณ์พื้นฐานเพียงพอสำหรับงานประจำวันและมีระบบจัดซื้อจัดจ้างชัดเจน แต่มีปัญหาอุปกรณ์วัสดุอุปกรณ์ที่สำคัญไม่เพียงพอในการใช้งานด้านต่าง ๆ วัสดุเสื่อมสภาพและล้าสมัย และ ในด้านวิธีการจัดการนั้น มีระบบติดตามและประเมินผลแต่ยังขาดคู่มือปฏิบัติงานที่ชัดเจนจึงทำให้การติดตามและประเมินผลไม่ต่อเนื่อง
2. ยุทธศาสตร์การจัดการอุทยานแห่งชาตินากาย-น้ำเทิน ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 การบริหารจัดการเชิงบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนตามนโยบายภาครัฐ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาเศรษฐกิจฐานชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างองค์กรเรียนรู้และขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบบริหารงานด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และยุทธศาสตร์ที่ 5 การเสริมความแข็งแกร่งของระบบและเครือข่ายเพื่อก้าวสู่มรดกโลก
3. ยุทธศาสตร์การจัดการอุทยานแห่งชาตินากาย-น้ำเทินที่เร่งด่วนไปปฏิบัติ คือ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาเศรษฐกิจฐานชุมชนและการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โครงการระบบน้ำริน (ประปาภูเขา) โดยนำไปดำเนินการ ณ บ้านกอบง เมืองนากาย แขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และผลการประเมินผลจัดอยู่ในระดับมากที่สุด
The research findings revealed the following:
1. The current state and problems of managing Nakai-Nam Theun National Park include a clear administrative structure with clearly defined roles and responsibilities for personnel, but there are problems with personnel shortages and inconsistent personnel development. While there are management and financial plans, the budget is insufficient and allocation does not align with the strategic plan. Regarding materials and equipment, there is sufficient basic equipment for daily operations and a clear procurement system, but there are shortages of essential equipment for various uses, and materials are deteriorated and outdated. In terms of management methods, there is a monitoring and evaluation system, but the lack of a clear operational manual results in inconsistent monitoring and evaluation.
2. The management strategies for Nakai-Nam Theun National Park consist of: Strategy 1: Integrated management to drive government policy; Strategy 2: Community-based economic development and creative tourism; Strategy 3: Creating a learning organization and driving data; Strategy 4: Developing personnel capabilities and management systems with modern technology; and Strategy 5: Strengthening systems and networks to achieve World Heritage status.